เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ

posted on 03 Feb 2010 12:11 by gelhealthycare

 

ผัดผักรวมกับงาขาว

 

เครื่องปรุง

 

กุ้งแชบ๊วยหั่นชิ้น 100 กรัม

เห็ดฟาง 5 ดอก

กะหล่ำ

ผักไผ่หั่นหยาบ 1/2 ถ้วย

งาขาวคั่ว 3 ช้อนโต๊ะ

พริกแห้งแกะเมล็ดออกแช่น้ำ 3 เม็ด

กระเทียมซอย 1 ช้อนโต๊ะ

หอมแดงซอย 3 หัว

เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนชา

น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ

 

วิธีทำ

 

1.ล้องเห็ดฟาง กะหล่ำปลี เฉือนเอาโคนที่สกปรกของเห็ดฟางออก หั่นเป็นชิ้นบางตามยาว กะหล่ำปลีหั่นหยาบๆ

2. ต้มน้ำให้เดือด ลวกเห็ดฟางและกะหล่ำปลีพอสุก ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ พักไว้

3. โขลกพริกแห้ง กระเทียม หอมแดง เกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียด ผัดกับน้ำมันมะกอกให้หอม ปรุงรสด้วยน้ำตาล

4. ใส่เนื้อกุ้ง ผัดพอกุ้งสุก ยกลง ใส่น้ำมะนาว เคลาให้เข้ากันเป็นน้ำยำ

5. เมื่อจะรับประทาน ใส่ผักลวกลงในอ่างผสม ใส่ผักไผ่และน้ำยา เคล้าเบาๆ ให้เข้ากัน ตักใส่จาน โรงงาขาว เสิร์ฟ

 

 

 ผัดหมี่เต้าเจี้ยว

 

เครื่องปรุง

 

เสันหมี่ข้าวกล้องแช่น้ำแล้ว 1 ห่อ (170 กรัม)

กุ้ง 2 ขีด

ถั่วงอก 3 ขีด

ผักกุยช่าย 2 ขีด

เต้าหู้แข็ง 1 แผ่นใหญ่

พริกป่น 2 ช้อนชา

เต้าเจี้ยว 1/4 ถ้วย

หัวหอมสับ 1/4 ถ้วย

น้ำตาลทรายแดง 3 ช้อนชา

น้ำส้มสายชู หรือน้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ

 

 

 

วิธีทำ

 

1. ลวกเส้นหมี่ข้าวกล้อง แล้วพักไว้

2. หั่นเต้าหู้เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ นำไปทอดจนเหลืองเเล้วพักไว้

3. นำหัวหอมสับลงเจียวในกระทะจนหอม

4. นำกุ้งลงผัด ตามด้วยเต้าหู้ที่ทอดแล้ว

5. เหยาะเต้าเจี้ยว แล้วปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายแดง พริกป่น และน้ำส้มสายชู หรือน้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ

6. นำเส้นหมี่ข้าวกล้องลงผัด คลุกเคล้าให้เข้ากัน

7. ใส่ถั่วงอกและผักกุยช่าย ผัดอีกครู่เดียวเป็นอันเสร็จ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 3 Feb 2010 12:48:21 by รักสุขภาพ

edit @ 3 Feb 2010 12:55:02 by รักสุขภาพ

edit @ 3 Feb 2010 12:56:15 by รักสุขภาพ

 

10 วิธีการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี

 

   ในแต่ละวันเราจำเป็นต้องรับประทานอาหารมากมาย มีคำแนะนำจากหลายสำนักให้กินนั่นห้ามกินนี่จนไม่รู้จะเชื่อใครดี วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับง่ายๆ ของการกินให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพอย่างเต็มที่มาฝาก

1. กินอาหารเช้า เป็นพฤติกรรมพื้นฐานที่ส่งผลต่อจิตใจ และพลังชีวิตของคุณไปตลอดทั้งวัน และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ช่วยเผาผลาญพลังงานให้ดีขึ้น ทำให้คุณกินอาหารในมื้ออื่นๆ น้อยลง

2. เปลี่ยนน้ำมันที่ใช้ปรุงอาหาร ยอมจ่ายแพงสักนิดใช้น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันดอกทานตะวัน ปรุงอาหารแทนน้ำมันแบบเดิมที่เคยใช้ เพราะเป็นไขมันที่ไม่เป็นโทษต่อร่างกาย และมีกรดไขมันอิ่มตัวที่เป็นประโยชน์ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี

3. ดื่มน้ำให้มากขึ้น คนเราควรดื่มน้ำวันละ 2 ลิตรเป็นอย่างน้อย (ยกเว้นในรายที่ไตทำงานผิดปกติ) เพื่อหล่อเลี้ยงเซลล์ในร่างกาย ฟื้นฟูระบบขับถ่าย รักษาระดับความเข้มข้นของเลือด จะทำให้สดชื่นตลอดวันเลยทีเดียว

4. เสริมสร้างแคลเซียมให้กับกระดูก ด้วยการดื่มนม กินปลาตัวเล็กทั้งตัวทั้งก้าง เต้าหู้ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ผักใบเขียว เพราะแคลเซียมเป็นสิ่งจำเป็นที่จะเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อและกระดูก ทำให้ระบบประสาททำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

 5. บอกลาขนมและของกินจุบจิบ ตัดของโปรดประเภทโดนัท คุกกี้ เค้กหน้าครีมหนานุ่ม ออกจากชีวิตบ้าง แล้วหันมากินผลไม้เป็นของว่างแทน วิตามิน และกากใยในผลไม้ มีประโยชน์กว่าไขมัน และน้ำตาลจากขนมหวานเป็นไหนๆ

6. สร้างความคุ้นเคยกับการกินธัญพืชและข้าวกล้อง เมล็ดทานตะวัน ข้าวฟ่างและลูกเดือย รวมทั้งข้าวกล้องที่เคยคิดว่าเป็นอาหารนก ได้มีการศึกษาและค้นคว้าแล้ว พบว่า ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจถึง 1 ใน 3 เลยทีเดียว เพราะอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และควบคุมน้ำตาลในเลือดให้สมดุล

7. จัดน้ำชาให้ตัวเอง ทั้งชาดำ ชาเขียว ชาอู่ล่ง หรือเอิร์ลเกรย์ ล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ การดื่มชาวันละ 1 ถึง 3 แก้ว ช่วยลดอัตราเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารถึง 30%

8. กินให้ครบทุกสิ่งที่ธรรมชาติมี คุณต้องพยายามรับประทานผักผลไม้ต่างๆ ให้หลากสี เป็นต้นว่า สีแดงมะเขือเทศ สีม่วงองุ่น สีเขียวบล็อกเคอรี สีส้มแครอท อย่ายึดติดอยู่กับการกินอะไรเพียงอย่างเดียว เพราะพืชต่างสีกัน มีสารอาหารต่างชนิดกัน แถมยังเป็นการเพิ่มสีสันการกินให้กับคุณด้วย

9. เปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนรักปลา การกินปลาอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ได้ทั้งความฉลาดและแข็งแรง เพราะปลามีกรดไขมันโอเมก้า 3 และโปรตีน ที่ช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ และบำรุงเซลล์สมอง ทั้งยังมีไขมันน้อย อร่อย ย่อยง่าย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหุ่นเพรียวลมเป็นที่สุด

10. กินถั่วให้เป็นนิสัย ทำให้ถั่วเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่คุณต้องกินทุกวัน วันละสัก 2 ช้อน ไม่ว่าจะเป็นของหวานของคาว หรือว่าของว่างก็ทั้งโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญๆ หลายชนิด ต่างพากันไปชุมนุมอยู่ในถั่วเหล่านี้ ควรกินถั่วอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรกินครั้งละมากๆ เพราะมีแคลอรี่สูง อาจทำให้อ้วนได้

 

 ถ้าปฏิบัติให้ได้ครบทุกข้อตามคำแนะนำข้างต้นนี้จนเป็นนิสัย สุขภาพดีๆ จะไปไหนเสีย !!

 

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 7 กรกฎาคม 2551 11:11 น.

 

 

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
ฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร
35 เทคโนธานี คลองห้า ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 10120
โทร.: (662) 577-9000, 577-9155-56
โทรสาร : (662) 577-9128, 577-9009

 

 

 

edit @ 3 Feb 2010 12:27:11 by รักสุขภาพ

edit @ 3 Feb 2010 12:28:13 by รักสุขภาพ

edit @ 3 Feb 2010 12:28:56 by รักสุขภาพ

ถาม - ตอบ

posted on 28 Jan 2010 07:00 by gelhealthycare